
หากคุณทำงานในสภาพแวดล้อมที่เสียงดัง เช่น โรงงาน เครื่องจักร สถานก่อสร้าง หรือแม้กระทั่งร้านอาหารที่มีเสียงดังต่อเนื่อง คุณอาจเสี่ยงต่ออาการ หูอื้อ ได้โดยไม่รู้ตัว เพราะเสียงที่ดังเกินไปเป็นเวลานาน ส่งผลต่อระบบการได้ยินอย่างถาวรได้
ในบทความนี้ เราจะพาคุณมารู้จัก หูอื้อ ว่าคืออะไร เกิดจากอะไร และที่สำคัญคือวิธีป้องกันก่อนที่การได้ยินของคุณจะเสียไปอย่างถาวร
หูอื้อคืออะไร?
หูอื้อ คืออาการที่เรารู้สึกได้ว่าเสียงรอบข้างเบาลง หรือเหมือนมีอะไรอุดอยู่ในหู บางคนได้ยินเสียงอู้ เสียงลม หรือเสียงหวีดในหู อาการอาจเกิดขึ้นชั่วคราว หรือกลายเป็นเรื้อรังถ้าไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี
ทำไมคนทำงานเสียงดังจึงเสี่ยงหูอื้อ?
- เสียงดังต่อเนื่องทำลายเซลล์ขนในหูชั้นใน ซึ่งมีหน้าที่รับแรงสั่นสะเทือนและส่งสัญญาณไปยังสมอง
- เสียงเกิน 85 เดซิเบล ที่สัมผัสนานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน จะเริ่มมีผลต่อการได้ยิน
- การไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกันหู หรือทำงานในที่เสียงดังเป็นประจำ อาจทำให้เกิดหูอื้อแบบถาวรได้
สัญญาณเตือนหูอื้อจากเสียงดัง
- ได้ยินเสียงอู้หรือเสียงลมในหูหลังเลิกงาน
- รู้สึกเสียงรอบข้างเบาลงกว่าปกติ
- ต้องเพิ่มเสียงทีวีหรือโทรศัพท์ให้ดังขึ้น
- ได้ยินเสียงหวีดในหูช่วงกลางคืน
หากคุณมีอาการเหล่านี้ซ้ำๆ ควรพิจารณาว่าอาจเริ่มมีปัญหาการได้ยินจาก หูอื้อ แล้ว
วิธีป้องกันหูอื้อจากการทำงานเสียงดัง
- ใส่อุปกรณ์ป้องกันเสียง (Earplug หรือ Earmuff)
ควรเลือกที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และใส่ให้ถูกวิธีทุกครั้งที่ทำงาน - จำกัดระยะเวลาอยู่ในพื้นที่เสียงดัง
หากทำได้ ควรสลับหน้าที่ หรือพักหูจากเสียงดังบ้างเป็นระยะ - ตรวจวัดระดับเสียงในสถานที่ทำงาน
หากเกิน 85 เดซิเบล ควรมีมาตรการป้องกันทันที - ตรวจสุขภาพหูเป็นประจำ
ควร ทดสอบการได้ยิน ปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในที่เสียงดัง - ใช้ฉนวนกันเสียงในสถานที่ทำงาน
การติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงจะช่วยลดผลกระทบจากเสียงได้
ถ้าเริ่มหูอื้อแล้ว ต้องทำอย่างไร?
หากคุณมีอาการ หูอื้อ แล้วไม่หายภายใน 1-2 วัน หรือมีอาการเรื้อรัง ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหูคอจมูกทันที เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี เพราะหากปล่อยไว้นาน อาจกลายเป็นอาการสูญเสียการได้ยินแบบถาวร ซึ่งรักษาได้ยาก
หูอื้อ อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หากมาจากการทำงานในที่เสียงดังโดยไม่มีการป้องกัน อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการทำงานได้ การใส่ใจป้องกันตั้งแต่วันนี้ ด้วยอุปกรณ์ป้องกัน การพักหู และตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำ คือทางออกที่ดีที่สุด
